Varieties Disease Tank Mate

Varieties

ทองมาเลย์ (Malaysian Golden)
ปลามังกรสายพันธุ์นี้มีต้นกำเนิดอยู่ที่ประเทศมาเลเซีย ลักษณะโดยทั่วๆ ไปของสายพันธุ์ทองมาเลย์ก็คือ "เครื่องครีบ" จะเล็กไม่ใหญ่เหมือนสายพันธุ์อื่น ลักษณะหัวและหน้าจะทู่สั้น แต่สีสันความแวววาวมาเป็นที่หนึ่ง ที่เกล็ดละเอียดเล็กๆ ใต้ครีบหลังจะมีการเปิดเป็นสีทองเต็มเกล็ดด้วย ในขณะที่ทองอินโดจะไม่มี
อะโรวาน่าแดง (Red Arowana)
ปลามังกรแดงมีต้นกำเนิดอยู่ที่ประเทศอินโดนีเซีย โดยแบ่งออกเป็น 2 ชนิดคือ "Blood Red" และ "Chili Red"
สีสันของ Blood Red เมื่อโตเต็มที่จะเข้มมาก วงเกล็ดหนา การเรียงตัวของสีอาจไม่เป็นระเบียบแต่ก็แดงเข้ม แก้มแดง ปากแดง เครื่องครีบทุกส่วนจะแดงเข้มดูน่าเกรงขาม ส่วน Chili Red จะแดงสว่างดูสง่างาม การตัดขอบก็จะเป็นระเบียบแดงเนียนเนี้ยบไปทั้งตัว
ในปลาวัยเล็ก เป็นการยากมากที่จะแยกว่าตัวไหนเป็น Blood และตัวไหนเป็น Chili
ทองอินโด (Indonesian Golden)
ปลาที่โตแล้วเกล็ดจะเป็นสีทองเข้มแต่จะไม่แวววาว เงางาม สุกใสเหมือนทองมาเลย์ และจะขึ้นถึงเพียงเกล็ดแถวที่ 4 เท่านั้น แต่ก็อาจมีเปิดมาถึงแถวที่ 5 ไม่ว่าจะประปรายหรือเต็มแถว ดังนั้น ข้อแตกต่างระหว่างปลาทองอินโดกับทองมาเลย์จึงอยู่ตรงที่สีเกล็ด Base สี ความแวววาว และข้ามหลังหรือไม่ข้ามหลัง
โดยปกติสีของครีบก้น ครีบอกและชายนํ้าของทองอินโดจะเป็นสีส้มอมแดง ส่วนหางจะแดงแค่ค่อนใบ ปลายหางด้านบนและครีบหลังจะออกนํ้าตาลไหม้ เกล็ดแถวที่ 5 จนถึงหลังจะมีสีนํ้าตาลดำ เกล็ดละเอียดเล็กๆ ใต้ครีบหลังจะไม่มีการเปิดสีของเกล็ด
อะโรวาน่าเขียว (Green Arowana)
หรือ "ปลาตะพัด" ของไทยเรานี่เอง ปลาพันธุ์นี้โตขึ้นจะเป็นสีเขียวนวลและมีประกายทองทั้งตัว ใบหางจะเป็นสีเขียวเข้มแต่ไม่เต็มใบ เพราะที่บริเวณปลายหางเป็นรอยขลิบขาว ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ของสายพันธุ์นี้
Top

Disease

โรคเหงือก

สาเหตุของโรคเหงือกมีที่มาไม่แน่นอน แต่ส่วนมากจะมาจากคุณภาพนํ้าที่ไม่ดี ค่า pH สูงหรือตํ่าเกินไป ตู้ปลาขาดการดูแล ของเสียเยอะ ไม่มีการเปลี่ยนถ่ายนํ้า ออกซิเจนภายในตู้ไม่เพียงพอ และอุณหภูมินํ้าสูงหรือตํ่าเกินไป นอกจากนี้ถ้าเกิดขึ้นแล้ว ยังรักษาให้หายยากอีกด้วย ถ้าเป็นระยะแรกๆ ก็พอแก้ไขได้ แต่หากเป็นหนักๆ บางกรณีอาจต้องถึงกับทำการศัลยกรรม หรือยิ่งไปกว่านั้นก็ไม่สามารถรักษาได้เป็นรอยตำหนิตลอดไป ความผิดปกติที่เกิดกับเหงือกปลามี 4 แบบคือ เหงือกอ้า (หรือเหงือกบาน) เหงือกหุบ เหงือกพับ และเหงือกบุ๋ม

โรคตาตก
เกิดจากมีไขมันในเบ้าตาเป็นจำนวนมาก จึงทำให้ดันลูกตาลงมา สาเหตุหลักๆ ที่พอสันนิษฐานได้ของโรคนี้มี
1. การให้อาหารประเภทไขมันมากเกินไป
2. การให้เหยื่อประเภท "กุ้งฝอย" สาเหตุนี้เกิดตรงที่เวลาปลามองหากุ้งก็จะมองที่บริเวณพื้นตู้ สอดส่ายไปมาทั่วตู้ นานเข้าก็ทำให้เกิดอาการตาตกได้
3. ส่วนสาเหตุสุดท้ายก็คือจากกรรมพันธุ์ ปลามังกรที่ตาตกจากกรรมพันธุ์ มักจะมีอาการตั้งแต่เล็กคือ 6 นิ้วก็เห็นอาการแล้ว
โรคเกล็ดพอง
โรคนี้ส่วนมากเป็นในปลาเล็กขนาดไม่เกิน 8 นิ้ว โดยมีสาเหตุหลักๆ มาจากนํ้าสกปรก มีค่าของเสียมากและการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิอย่างฉับพลัน ลักษณะอาการก็คือ "เกล็ดจะเปิดอ้าออก" โรคนี้ถือเป็นโรคอันตรายที่อาจทำให้ปลามีโอกาสตายสูง
โรคแผลอักเสบ
โดยปกติแล้วแผลอักเสบมักจะเป็นที่บริเวณใต้เกล็ดปลา โดยสังเกตุได้จากจะมีรอยจํ้าเลือดแดงๆ หรือมีสีนํ้าตาลคลํ้า อาการส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อในซอกเกล็ดปลา
หนวดปลาหมึก
โรคนี้แม้จะไม่อันตรายนัก แต่ก็ถือได้ว่าเป็นโรคยอดฮิตติดอันดับ โดยมีลักษณะคือ ที่หนวดของปลาจะหงิกงอและมีตุ่มขึ้น ซึ่งดูโดยรวมแล้วเหมือน "หนวดปลาหมึก" สาเหตุสำคัญของโรคนี้ก็คือ ตู้สกปรกมีคราบเปื้อนมาก ปลาที่มีนิสัยชอบเล่นหน้าตู้ โดยใช้ปากถูไถกับตู้เป็นประจำ ประกอบกับตู้สกปรก จึงทำให้เกิดการติดเชื้อจนมีอาการดังกล่าวด้วย
โรคเกล็ดกร่อน
โรคนี้มีสาเหตุมาจากในนํ้ามีเชื้อโรค และเชื้อดังกล่าวจะค่อยๆ ไปกัดกินเกล็ด ทำให้เกล็ดปลาดูเหมือนบิ่น แตกหัก หรือเสียรูปไป โรคนี้แม้ไม่ได้ทำอันตรายกับตัวปลาโดยตรง แต่ถ้าหากปล่อยไว้นานเข้า เกล็ดก็จะถูกกัดกร่อนลงไปเรื่อย
เชื้อรา
โรคนี้ถือว่าเป็นกันบ่อย และจะแสดงออกโดยมี "รอยด่าง" หรือ "เปื่อย" ตามจุดต่างๆ เชื้อราแม้อาจไม่รุนแรงทำให้ปลาถึงตาย แต่ก็สร้างความรำคาญให้ปลาไม่น้อย ถ้าเป็นหนักเข้าอาจมีโรคแทรกซ้อนเข้ามาติดเชื้อแล้วลุกลามเข้าไปใหญ่ จนท้ายสุดก็อาจถึงตายได้
โรคตาขุ่น
โรคตาขุ่นมาจาก 2 สาเหตุสำคัญคือ ติดเชื้อจากกรณีตาบาดเจ็บ (อาจจากรอยขีดข่วนหรือถูไถกับอุปกรณ์บางอย่างภายในตู้) และนํ้าสกปรกเกินไป มีคราบของเสียภายในตู้เป็นจำนวนมาก ปริมาณออกซิเจนในตู้มีน้อยเกินไปก็เป็นอีกสาเหตุเช่นกัน โรคตาขุ่นจะมีลักษณะแก้วตาจะเป็นสีขาวขุ่นๆ ไม่เห็นลูกตาดำ
โรคริดสีดวง
ลักษณะของโรคนี้ก็คือจะมี "ติ่งสีชมพูอมแดง" ยื่นออกมาจากช่องทวาร ทำให้การขับถ่ายของปลาเป็นไปอย่างยากลำบาก สาเหตุของริดสีดวงเกิดจากระบบขับถ่ายของตัวปลาไม่ดี และเมื่อกินอาหารชิ้นใหญ่หรือประเภทย่อยยากไปมากๆ ก็ทำให้ระบบขับถ่ายมีปัญหา ผลจึงเกิดเป็นติ่งริดสีดวง
โรคจุดขาว
สาเหตุของโรคนี้มักมาจากเพื่อนร่วมตู้หรือปลาเหยื่อ อาการของโรคจุดขาวจะมีลักษณะเป็นจุดขาวๆ ขึ้นตามเกล็ดและครีบส่วนต่างๆ ถ้าหากปลาของเราเริ่มที่จะมีอาการนี้ ให้แยกปลาอื่นที่น่าสงสัยออกไป แล้วทำการรักษาทั้งปลามังกรและเพื่อนร่วมตู้
Top

Tank Mate

ปลาเสือตอ
ปลาเสือตอในท้องตลาดมี 3 ลายคือ ลายเล็ก ลายใหญ่ และลายคู่ ลายที่เป็นที่นิยมคือ ลายใหญ่ และลายคู่ โดยตัวที่สวยคือ ตัวจะต้องเหลืองชัดและเส้นคาดตัวเป็นสีดำสนิท ลายไม่ขาดจนถึงท้อง แล้วถ้าบรรจบกันพอดีก็จะยิ่งสวย สังเกตุดูด้วยว่าลายทั้ง 2 ข้าง เหมือนกันหรือเปล่า
ปลานกแก้ว
ปลานกแก้วเป็นปลาที่เก็บเศษได้ดีอยู่แล้วทั้งซากหนอน ซากจิ้งหรีด ปลานกแก้วมี 2 ชนิดคือ ปลานกแก้วธรรมดาที่มีหางกับปลานกแก้ว Love ที่เป็นรูปหัวใจ...การเลือกซื้อปลานกแก้วให้ดูที่สีก่อน ให้แดงเข้าไว้และแดงทั่วกันสมํ่าเสมอทั้งตัว จากนั้นก็มาดูที่ทรงรูปทรงโดยรวม ยิ่งกลมก็ยิ่งสวยดูเป็นเนื้อเดียวกัน
ปลาตะเพียน
ปลาตะเพียนเป็นปลาว่ายทั่วตู้ คอยเก็บทำความสะอาดเศษซากต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ปลาตะเพียนที่เลี้ยงกับปลามังกรได้ มีหลายตระกูล ทั้งตะเพียนไทย ตะเพียนทอง (เผือกตาดำและเผือกตาแดง) ตะพาก กระแห นอกจากจะมีประโยชน์แล้ว ก็ยังเป็นปลาที่สวยงาม เกล็ดสว่างแวววาว แล้วยังเป็นปลาที่สะอาดมาก ไม่ค่อยมีโรคร้ายหรือปรสิตติดมาด้วย
อินซีเน็ท
ปลาขนิดนี้เป็นปลาตระกูลปลาตะเพียน เนื่องจากอินซีเน็ทมีปากที่ใหญ่และขยับอยู่ตลอดเวลา เศษอาหารต่างๆ ที่ลอยไปลอยมา หรือแม้แต่เศษคราบสกปรกที่เกาะตามส่วนต่างๆ ของตู้ก็จะถูกเก็บเรียบ เจ้าอินซีเน็ทนี้คนจีนเรียกว่า "เฟยหง" ซึ่งมีความหมายว่า "ปลาหงส์" แล้วเมื่อหงส์อยู่คู่มังกร จะเรียกว่า "ซังฮี่" อันมีความหมายว่า "ความสุข โชคลาภ และความมั่งมีจะมาเยือน" นี่จึงเป็นเหตุผลที่คนนิยมเลี้ยงปลาทั้ง 2 ชนิดนี้คู่กัน
ปลา Catfish
ตระกูล "ปลาแมว" นิยมเลี้ยงกับปลามังกร มีหลายอย่างไม่ว่าจะเป็น Red Tail Catfish, Jurensis, Marcorf, Tiger, Zebra Tiger...โดยปกติแล้วพวกปลาแมวมักเป็นเพื่อนร่วมตู้ที่ดีกับปลามังกร เลี้ยงด้วยกันได้โดยไม่ค่อยมีปัญหานั้นก็เพราะว่าระดับการว่ายต่างพื้นที่กัน มังกรว่ายสูง ปลาแมวว่ายตํ่า การกินอาหารก็ง่าย เพราะเป็นปลาค่อนข้างตะกละ อาหารเม็ดก็กินได้ เนื้อกุ้ง ปลาเล็ก และกุ้งฝอย รวมถึงหนอนนก
กระเบน
กระเบนสวยงามที่นิยมเลี้ยงคู่กับปลามังกรมีหลายสายพันธุ์ ตั้งแต่กระเบนไทยอย่างกระเบนเสือดาว กระเบนราหู ไปจนถึงกระเบนนอกอย่างเจ้า Motoro, Polka Dot, Apple, Histrix, Columbia, Jaguar และ Tiger กระเบนเป็นปลาอีกชนิดที่สามารถอยู่กับเจ้ามังกรได้อย่างเป็นสุขเพราะเป็นปลาว่ายพื้นตู้ ปลากระเบนไม่สามารถเลี้ยงกับ "อินซีเน็ท" หรือ "Sucker" เนื่องจากเจ้า 2 ตัวที่ว่า จะไปดูดๆ ที่ผิวกระเบนทำให้มันสูญเมือกและเป็นแผลติดเชื้อได้
ปลาแรด
ปลาแรดส่วนใหญ่มักจะเลี้ยงกับปลามังกรสายพันธุ์ไม่แพง ปลาแรดในท้องตลาดมีหลายชนิด ทั้งแรดดำ แรดแดง แรดเผือก แรดเผือกตาแดง แรด Super Red และแรดแฟนซี ข้อเสียของปลาแรดก็คือค่อนข้างสกปรก กินจุและตะกละ ส่วนข้อดีก็คือเลี้ยงง่าย อึด เชื่อง และมีอายุยืนยาว
เทพาสั้น
เป็นรูปแบบ Short Body ของ "ปลาเทพา" ปลาพื้นบ้านของไทยเรา เทพามีนิสัยน่ารักอย่างหนึ่งคือ ว่ายนํ้าไปมาตลอด ไม่มีหยุดนิ่ง จึงทำให้ตู้ปลามีชีวิตชีวา หากคิดจะเลี้ยงก็ควรเลี้ยงเป็นฝูง (4 ตัวขึ้นไป) อาหารของปลาชนิดนี้ก็คือ อาหารเม็ด และพวกเนื้อปลา เนื้อกุ้ง รวมถึงกุ้งฝอย
บิเชียร์
บิเชียร์เป็นปลาอีกชนิดที่สามารถเลี้ยงกับปลามังกรได้อย่างไม่มีปัญหา ปลาชนิดนี้มีลักษณะคล้ายๆ งู มีหนวดสั้น 2 เส้นบนจมูก ครีบอกเป็นใบพัดกลมๆ เวลาว่ายนํ้าจะสะบัดครีบตลอด บิเชียร์ที่มีในท้องตลาดมี 3 บนิดคือ บิเชียร์เผือก บิเชียร์ลายจุด และบิเชียร์ลายบั้ง บิเชียร์กินอาหารได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นกุ้งฝอย ปลาเล็กปลาน้อย หนอนนก และจิ้งหรีด
กราย & ตองลาย
ปลากรายมี 2 ชนิดคือ "กรายดำ" กับ "กรายทอง" เวลาเลือกซื้อก็ดูตัวที่สมบูรณ์และมีจุดเยอะๆ และเรียงกันสวยๆ ส่วน "ตองลาย" ราคาจะแพงขึ้นมาหน่อยและหาซื้อยากกว่า ทั้ง 2 ต่างกันตรงที่ลาย "ปลากราย" ลายจะเป็นจุด แต่ "ตองลาย" ลายจะเป็นเส้นๆ และพื้นสีเกล็ดตามตัวจะสว่างเงางามกว่า อาหารการกินก็ได้ทุกอย่าง ทั้งอาหารเม็ดและอาหารสด แต่ที่โปรดปรานที่สุดก็คือกุ้งฝอย และลูกปลาเหยื่อ
Sucker & สายนํ้าผึ้ง
หน้าที่โดยปกติของเจ้าปลาทั้ง 2 ชนิดนี้ก็คือ การทำความสะอาดคราบขาวและคราบตะไคร่ต่างๆ ที่เกาะอยู่ภายในตู้ ปลา Sucker ที่นิยมเลี้ยงกันก็มีหลากหลายสายพันธุ์ทั้ง Sucker ธรรมดาตัวละ 5 บาท และ Sucker สวยงามอย่างเช่น Spot High Fin, Golden Nugget, Pharaoh, Zebra, King Sucker, Imperial ฯลฯ ส่วนปลาสายนํ้าผึ้งมีเพียง 2 สายพันธุ์ก็คือ ธรรมดา (สีเทาดำ) และสายนํ้าผึ้งเผือก (สีขาวครีม)
เต่านํ้า
เต่านํ้ายอดฮิตหมายเลขหนึ่งก็คือ Fly River หรือที่เรียกกันติดปากว่า "เต่าบิน" โดยเจ้าเต่าชนิดนี้ดูเผินๆ จะเหมือนตะพาบนํ้า ลักษณะมือเท้าเป็นใบพาย ตัวสีเทาเข้ม หัวโต จมูกยื่นออกมา ตากลมโตและดำใส อาหารก็กินได้ทั้งอาหารเม็ดและอาหารสด
Top
By Nanconnection